ทำไม? 14 กุมภาพันธ์ จึงต้องเป็นวันแห่งความรัก

วันแห่งความรัก ( Valentine’S Day )

สมัยดั้งเดิมนั้นชาวโรมันนับถือ พระผู้เป็นเจ้าและเทวดาหลายองค์ ต่อมาศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในกรุงโรม ทางรัฐบาลกรุงโรมเล็งเห็นว่าเป็นลัทธิที่อันตรายต่อสังคมชาวโรมันเป็นอย่างยิ่ง ผู้ใดนับถือศาสนาคริสต์ก็จะถูกจับตัวไปลงโทษอย่างรุนแรงในที่สาธารณชน เช่น ให้สัตว์ป่ากัดจนตาย ตรึงไม้กางเขน หรือเผาทั้งเป็น เป็นต้น ผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์จึงต้องคอยหลบซ่อนตัว ไม่เปิดเผยว่าตนเป็นคริสต์ศาสนิกชน แม้เวลาทำพิธีกรรมทางศาสนา ก็ต้องแอบหนีลงไปทำพิธีในอุโมงค์ที่ใช้บรรจุศพ นอกกรุงโรม

สมัยกษัตริย์ Claudiusที่ 2 แห่งกรุงโรม ได้ออกกฎ ห้ามให้มีการแต่งงาน ในเมืองของพระองค์ เพราะกษัตริย์ทรงต้องการทำศึกสงคราม ทรงต้องการให้ผู้ชายทุกคนไปเป็นทหาร พระองค์เชื่อว่าถ้าไม่มีการแต่งงานผู้ชายจะสนใจกับการรบมากขึ้น

นักบุญวาเลนไทน์เป็นเป็นชาวโรมัน แต่นับถือศาสนาคริสต์ มีนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ (St.Valentine) เป็นผู้กล้าหาญและคอยช่วยเหลือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกทางราชการของกรุงโรมจับไปขังคุกหรือเอาไปทรมาน นอกจากนี้นักบุญวาเลนไทน์ขัดบทบัญญัติแห่งกฎหมายของกษัตริย์ด้วยการเป็นบาทหลวงในพิธีแต่งงาน ให้หนุ่มสาวที่ต้องการแต่งงานอย่างลับ ๆ…และแล้ววันหนึ่งข่าวการประกอบพิธีสมรสของนักบุญวาเลนไทน์ ก็รู้ถึงหูของพระเจ้า Claudius พระองค์จึงสั่งให้ทหารจับเขาไปขังคุกรอการประหารชีวิต

เมื่อนักบุญวาเลนไทน์ถูกจับอยู่ในคุก มีผู้คุมชื่อ อัสเตริอุส (ASTERIUS) เป็นผู้มีจิตใจเมตตา และคอยให้ความช่วยเหลือมิให้เดือดร้อน ระหว่างที่นักบุญวาเลนไทน์ติดคุกอยู่นั้น ลูกสาวผู้คุมคนหนึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง เธอนำอาหารให้และช่วยติดต่อกับคนนอกคุก ที่นับถือศาสนาศริสต์ให้แก่นักบุญวาเลนไทน์ นักบุญวาเลนไทน์ได้แสดงอภินิหาร ด้วยการทำให้ตาทั้งสองข้างของลูกสาวผู้คุมหายเป็นปกติ และได้อบรมเกลี้ยกล่อมผู้คุมทั้งลูกสาวให้นับถือศาสนาคริสต์ด้วย

หลังจากนักบุญวาเลนไทน์ติดคุกมาเป็นเวลา 1 ปีพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก็มีคำสั่งให้นักบุญเข้าเฝ้า เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นนักบุญก็รู้สึกต้องพระทัยในกริยามารยาท ความสำรวมและความมีสง่าราศีของนักบุญ จึงตรัสเกลี้ยกล่อมให้นักบุญเลิกนับถือศาสนาคริตส์เสีย แล้วกลับมานับถือพระเจ้าของชาวโรมันต่อไปตามเดิม แล้วพระองค์จะพระราชทานอภัยโทษให้ แต่นักบุญวาเลนไทน์ก็ปฏิเสธ ไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ มิหนำซ้ำยังสั่งสอนอบรมพระเจ้าจักรพรรดิให้ทรงเห็นดีเห็นชอบ และหันมานับถือศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิกริ้วมาก จึงมี

รับสั่งให้นำตัวนักบุญวาเลนไทน์ไปทุบตีด้วยไม้กระบอง แล้วเอาก้อนหินทุ่มจนถึงแก่ความตาย

นักบุญวาเลนไทน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ในปี 296 A.D. ในคุกแห่งนั้นเอง ก่อนตายท่านได้ฝากข้อความสั้น ๆ ถึงเพื่อนและลูกสาวผู้คุม โดยลงท้ายว่า “Love from your Valentine”…
มีการคาดคะเนกันว่า วันแห่งความรักน่าจะมาจากประเพณีโรมันโบราณที่เรียกว่า ลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia ) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นการบูชาเทพธิดาจูโน ซึ่งชาวโรมันถือว่าเป็นเทพธิดาแห่งสตรีและการแต่งงาน และเทพบุตรแพน ซึ่งเป็นเทพบุตรแห่งธรรมชาติ ชาวโรมันฉลองวันลูเปอร์คาเลียเป็นประเพณีแห่งความรักของหนุ่มสาว ชายหนุ่มและหญิงสาวจะเลือกคู่สำหรับประเพณีนี้โดยการเขียนชื่อตนใส่กล่องและจับฉลากเพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความรัก และมีสัมพันธ์กัน เป็นเวลานานหลังจากประเพณีนี้ผ่านไปแล้ว หลายคู่ก็จะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน

หลังจากที่ศาสนาคริสต์เผยแพร่หลายออกไปในหมู่ของชาวโรมันแล้ว ผู้ที่นับถือศาสนาแล้วพยายามให้วันนี้มีความสำคัญทางศาสนามากขึ้น ดังนั้นในปี ค.ศ. 496 สันตะปาปาเกลาซิอุส ( Pope Gelasius )ได้เปลี่ยนวันฉลองเทศกาลลูเปอร์คาเลียจากวันที่ 15 กุมภาพันธ์ มาเป็นวันนักบุญวาเลนไทน์ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงคุณความดี ความกล้าหาญ และความเสียสละของนักบุญวาเลนไทน์.. แต่ในความรู้สึกผู้คนกลับรู้สึกว่าเป็นวันแห่งความรักจนถึงปัจจุบัน

ประวัติของการฉลองวันวาเลนไทน์ ราวๆ ปี ค.ศ. 1700 ได้กล่าวว่า มีกลุ่มหนุ่มสาวไปพบกันที่บ้านผู้ดีในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ และจะมีการจับฉลากชื่อหญิงที่ตนรัก เมื่อจับฉลากมาได้แล้วจะติดกระดาษที่มีชื่อผู้หญิงนั้นไว้ที่แขนเสื้อเป็นเวลาหลายวัน ด้วยเหตุนี้เองจึงมีสำนวนภาษาอังกฤษว่า ” He wears his heart on his sleeve” ซึ่งหมายความว่า “เป็นคนรักใครไม่เลือก” ซึ่งคงจะมาจากประเพณีอันนี้ ชายหนุ่มมักจะให้ของขวัญแก่ คนรัก ของตนเองในวันวาเลนไทน์ บางแห่งจะให้ถุงมือเป็นของขวัญแก่หญิงสาว ส่วนในครอบครัวที่ร่ำรวย พวกผู้ชายจะจัดงานเต้นรำเพื่อเป็นเกียรติแก่คนรักของตน ประเพณีนีได้แปรเปลี่ยนไปในระยะต่อมาและมีการส่งบัตรอวยพร วันวาเลนไทน์แทนการให้ของขวัญราคาแพง

ในสมัยปัจจุบัน วาเลนไทน์กลายเป็นวันแห่งความรักไปทั่วโลก วัยรุ่น หนุ่มสาว และแม้กระทั่งคนมีอายุก็ยังมีการส่งข้อความ ส่งการ์ด มอบดอกไม้ ดอกกุหลาบ ให้ช็อกโกแล็ต ให้ของขวัญ จนกลายเป็นเทศกาลที่มีการจับจ่ายใช้สอยกันอย่างมากมาย เพื่อแสดงความรักของตนให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนที่เรารัก

แหล่งที่มา:http://www.noknoi.com/magazine/article.php?t=373

“บอกรักแทนใจ ในวันแห่งความรัก ด้วยเสื้อสวยๆ ที่มีแต่คุณและคนรักเท่านั้น ที่ใส่เหมือนกัน”
GEEKO | เสื้อโปโล ตรากวางที่ตัวแทนจำหน่ายการันตรีว่าดีจริง

 

 

 

 

Posted in ไม่มีหมวดหมู่.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *